ขอวีซ่าท่องเที่ยวต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร เรามีคำตอบ

เคล็ดลับ-เทคนิคในการท่องเที่ยว

          เชื่อว่า หลาย ๆ ท่านอาจกำลังประสบปัญหาในการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยที่ผ่านมา คุณอาจเคยเที่ยวต่างประเทศมาหลายรอบแล้ว โดยในทุกรอบนั้น คือประเทศเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่า และหลีกเลี่ยงประเทศที่ต้องใช้วีซ่า เพราะกลัวว่าจะขอวีซ่าไม่ผ่าน จากคำบอกเล่า หรืออาจจากสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้คุณรู้สึกว่ายังไม่พร้อมขอวีซ่า แต่เดี๋ยวก่อน การขอวีซ่า ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวขนาดนั้น ดังนั้นในวันนี้เราจึงมีข้อมูลติวเข้ม ในเรื่องการขอวีซ่าอย่างไรให้ผ่าน ดังนี้ครับ

วีซ่าคืออะไร มีใครรู้บ้าง

วีซ่า คือ เอกสารรับรองประกอบหนังสือเดินทางที่ประเทศต่าง ๆ ออกให้กับผู้เดินทาง เพื่อให้เข้าพำนักในเขตแดนของประเทศนั้น ๆ แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในวีซ่า โดยผู้เดินทางทุกท่าน ต้อแสดงวีซ่าที่ได้รับนั้น ณ. ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง และวีซ่าของแต่ละประเทศ ที่ออกให้กับผู้เดินทางนั้น ยังแตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่ จะแบ่งออกตามประเภทหลัก คือ วีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว วีซ่าเพื่อการศึกษา และวีซ่าเพื่อการทำงาน รวมไปถึงการเดินทางต่อเครื่องบินไปยังประเทศที่ 3 ต้องมีการออกวีซ่าเฉพาะด้วยเช่นกัน อีกทั้งวีซ่าของแต่ละประเทศ ยังมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป เช่น จำนวนครั้งที่ใช้ได้ ระยะเวลาที่พำนักได้ ไปจนถึงอายุของวีซ่า

วิธีการขอวีซ่า ทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

ยื่นขอวีซ่าผ่านสถานทูต หรือศูนย์รับคำร้อง

การยื่นขอวีซ่าที่สถานทูต หรือศูนย์รับคำรองขอวีซ่านั้น เป็นวิธีพื้นฐานที่คุณจะพบในการยื่นคำรองขอวีซ่า ทั้งนี้คุณจะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม และต้องเดินทางไปยังสถานทูตด้วยตนเอง หรืออาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทน แต่ได้แค่ในบางประเทศเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ ในหลายประเทศนิยมให้ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้ง หรือที่เรียกว่า ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า เป็นผู้ดำเนินการรับส่งเอกสาร และข้อมูลต่าง ๆ โดยที่คุณไม่ต้องไปที่สถานทูต เช่นประเทศในแถบยุโรป แต่ในบางประเทศต้องดำเนินการผ่านสถานทูตเท่านั้น เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

การยื่นขอวีซ่า ผ่านระบบออนไลน์

ปัจจุบันในบางประเทศเริ่มให้ผู้เดินทาง สามารถขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ได้ จากหน่วยงานภาครัฐของประเทศนั้น ๆ แทนการส่งเอกสาร ที่ค่อนข้างมีความจำกัดทางด้านสถานที่ อีกทั้งยังมีให้บริการอย่างไม่ทั่วถึง ซึ่งมีทั้งการยื่นผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด จากนั้นรอฟังผลผ่านอีเมล์ เมื่อผ่านแล้ว คุณสามารถส่งหนังสือเดินทานเพื่อรับตราประทับผ่านทางไปรษณีย์ได้เลย กับการยื่นผ่านระบบออนไลน์ก่อน จากนั้นเดินทางไปยังสถานทูตอีกครั้ง เพื่อสัมภาษณ์ หรือเก็บข้อมูลเพิ่มเติม แต่ทั้งหมดนี้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศอีกด้วย

การยื่นขอวีซ่า ผ่านสนามบินปลายทาง

ในบางประเทศนั้น มีข้อกำหนดพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย คือ การขอวีซ่า ณ.สนามบินปลายทาง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า Visa on Arrival โดยที่คุณไม่ต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอวีซ่าใด ๆ จากประเทศไทยไปก่อน เพียงแค่คุณถึงสนามบินปลายทาง คุณสามารถยื่นเอกสารขอรับตราประทับวีซ่าในสนามบินได้เลย แต่ทั้งนี้ Visa on Arrival ยังมีวามต่างจากฟรีวีซ่า เพราะ Visa on Arrival ยังคงต้องกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า และยังมีการคิดค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ส่วนในประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่านั้น เพียงแค่ยื่นหนังสือเดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นก่อนดำเนินการยื่นคำร้องขอวีซ่า คุณจำเป็นต้องศึกษาเงื่อนไขการขอวีซ่าของประเทศ ที่คุณกำลังจะเดินทางไปในทุกครั้ง เพื่อจะได้ปฏิบัติตามขึ้นตอนได้อย่างถูกวิธี ที่แต่ละประเทศได้กำหนดเอาไว้ แม้ว่าคุณจะเดินทางไปยังประเทศที่เคยไปแล้ว แต่ต้องศึกษาก่อนด้วยเช่นกัน เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เช่นกัน

เอกสารทีต้องใช้ในการขอวีซ่า

1. แบบฟอร์มคำร้องในการขอวีซ่า

2. หนังสือเดินทาง มีอายุคงเหลือมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป

3. รูปถ่ายหน้าตรง ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน

4. หลักฐานทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน, แหล่งที่มารายได้, หนังสือรับรองการทำงาน, รวมไปถึงรายการเดินบัญชี

5. เอกสารเดินทางอื่น ๆ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก แผนการเที่ยว และหลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า คุุณมีจุดประสงค์ตามที่ขอวีซ่า

ข้อแนะนำในการขอวีซ่า

หลักฐานต้องพร้อม

เป็นข้อแนะนำที่สำคัญที่สุด ในการยื่นคำร้องขอวีซ่า เพราะหากคุณเตรียมเอกสารไม่ครบตามที่ประเทศนั้น ๆ ต้องการ คุณอาจโดนปฏิเสธวีซ่า ก่อนที่เขาจะตรวจประวัติของคุณเสียอีก ดังนั้นเอกสารในการประกอบพิจารณา อย่าให้ตกหล่น เพราะสถานทูตจะไม่ติดต่อขอเอกสารเพิ่มจากคุณเด็ดขาด อีกทั้งในศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าบางแห่ง อาจมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม หากคุณต้องการให้พวกเขาตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร

บอกตามความจริง

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่วีซ่าถูกปฏิเสธ คือ เล่าความเท็จ ไม่ว่าคุณจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม หรืออาจถูกบริษัทรับยื่นวีซ่า แนะนำให้คุณโกหก เช่น อ้างว่ารู้จักกับคนในประเทศนั้น ๆ ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีมีความสัมพันธ์อะไรกันเลย หรือโกหกว่า ไม่เคยมีประวัติทางคดี ทั้ง ๆ ที่เคยต้องโทษ หรือถูกดำเนินคดีมาก่อน แม้ปัจจุบันเป็นเรื่องที่จบไปนานแล้ว แต่สถานทูต เขาสามารถเช็คได้ทั้งหมดว่า ข้อมูลที่คุณกรอกลงในแบบฟอร์ม หรือให้สัมภาษณ์ ว่าเป็นความจริงหรือไม่ และหากถูกจับได้ว่า โกหก โทษร้ายแรงที่สุดคือ คุณอาจถูกแบนไม่ให้เข้าประเทศนั้น ตลอดชีวิตเลย ก็เป็นได้เช่นกัน

พิสูจน์ได้ว่า จะกลับมา

สำหรับประเทศที่เคร่งครัดนั้น เรื่องการขอวีซ่าสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ คุณต้องพิสูจน์ได้ว่า คุณแค่ไปเที่ยวในประเทศของเขา และต้องกลับมาด้วยภาระผูกพันต่าง ๆ ไม่ใช่ไปแล้วหายลับไปในประเทศของเขาเลย ดังนั้นในบางประเทศ จึงขอดูเอกสารของคุณ เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ บ้าน หรือรถที่ผ่อนอยู่ เป็นต้น