“อิตาลี” ใช้มาตรการฉุกเฉิน “ปิดเมือง” จนถึงวันที่ 3 เม.ย. นี้ หลังผู้เสียชีวิต

แจ้งเตือนนักท่องเที่ยว

วันนี้ (อังคารที่ 10 มีนาคม 2563) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี ว่านายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต แถลงเมื่อวันจันทร์ ยกระดับมาตรการ “ปิดเมือง” จากเฉพาะแคว้นลอมบาร์เดียและอีก 14 จังหวัดในแคว้นเวเนโตและเอมีเลีย-โรมัญญา ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นทั้ง 20 แคว้นทั่วประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 3 เม.ย. นี้ และสถานศึกษาทุกแห่งในประเทศให้ขยายระยะเวลาปิดจนถึงวันเดียวกัน

ทั้งนี้ ผู้นำอิตาลีขอความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกภาคส่วน ในการ “เสียสละ” เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันให้บ้านเมืองสามารถฝ่าฟันวิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้ได้ คอนเตกล่าวว่าแม้ระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทยังคงให้บริการตามปกติ แต่เขาต้องการให้ชาวอิตาเลียนประมาณ 60 ล้านคนหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหะสถานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่ผู้ซึ่งออกนอกเคหะสถานต้องแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ ว่าต้องไปทำงาน หรือมี “ความจำเป็นเร่งด่วน” ด้านสุขภาพ

การรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะไม่อนุญาตเด็ดขาดไม่ว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนเท่าใด การแข่งขันกีฬา งานด้านศิลปวัฒนธรรม และพิธีกรรมทางศาสนาทุกประเภทให้ระงับไปก่อน  สถานบันเทิงและสถานที่สันทนาการทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ โรงละคร สระว่ายน้ำ และโรงยิมให้ปิดบริการ ยกเว้นร้านอาหารและบาร์เกิดให้บริการได้ระหว่างเวลา 06.00 ถึง 18.00 น. ของแต่ละวัน ( 12.00 น. ถึง 24.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย )

สำหรับสถานที่รับประทานอาหารภายในร้านต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลไม่ต่ำกว่า 1 เมตร หากพบการฝ่าฝืนจะมีการสั่งปิดสถานประกอบการแห่งนั้น ส่วนประชาชนคนใดไม่ให้ความร่วมมือกับมาตรการครั้งนี้ อาจต้องรับโทษจำคุกนานสูงสุด 3 เดือน และปรับเงิน

นอกจากนี้ คอนเตระงับสิทธิ์ลาหยุดของบุคลากรการแพทย์ในระยะนี้ ขณะที่บุคคลใดก็ตามซึ่งนำผู้ป่วยมาส่งยังโรงพยาบาลให้ออกจากพื้นที่ทันทีเมื่อนำคนไข้มาถึง เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากสถานพยาบาล และผู้ซึ่งมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามออกนอกเคหะสถาน “อย่างเด็ดขาด”

การยกระดับมาตรการควบคุมโรคของรัฐบาลอิตาลีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังกระทรวงสาธารณสุขรายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” อีก 1,807 คนเมื่อวันจันทร์ เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศเป็นอย่างน้อย 9,172 คน แม้มีผู้ได้รับการรักษาหายแล้ว 724 คน แต่มีผู้เสียชีวิตอีก 97 คน เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วประเทศตั้งแต่เดือนที่แล้วเป็นอย่างน้อย 463 คน มากที่สุดในทวีปยุโรป และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน.

เครดิตภาพ : REUTERS, AP