หลบฝุ่น หนีควันดำ ตามหาแหล่งโอโซนเมืองเพชรบุรี

เพชรบุรี

เชื่อว่าต้องมีหลายคนที่เบื่อฝุ่นควันในเมือง หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองตลอด 5 วัน เพราะฉะนั้นหากใครกำลังมองหาแหล่งโอโซนชั้นดี ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวงเรามีสถานที่แบบกรีนๆมาแนะนำ นั่นคือจังหวัดเพชรบุรีนั่นเอง หากใครที่นิยมบรรยากาศริมหาดก็สามารถเที่ยวได้แบบไม่เปลืองพักร้อน แต่หากใครต้องการบรรยากาศสีเขียว ที่เพชรบุรีก็มีทั้งทะเลน้ำจืด ทั้งภูเขา แต่จะเป็นที่ไหน สวยงามอย่างไร ตามเรามาดูกันเลยค่ะ

ทะเลสาบแก่งกะจาน

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกะจาน เป็นอุทยานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนเนื้อที่ 1.8 ล้านไร่ ครอบคลุมอำเภอแก่งกะจาน, หนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบครันไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม ด้วยทัศนียภาพของทะเลสาบน้ำจืดกว้างใหญ่แวดล้อมไปด้วยทิวทัศน์ป่าเขา บริเวณเขื่อนเป็นคันดินกั้นแม่น้ำเพชรบุรีที่มีสันเขื่อนยาว 760 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 58 เมตร เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไป

กิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ ล่องเรือชมทิวทัศน์หรือตกปลาน้ำจืด เที่ยวชมเกาะพลับพลา เดินเล่นถ่ายรูปบนสะพานสลิง และไหว้พระที่เกาะโสม

เขาพะเนินทุ่ง

มีพื้นที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกะจาน เช่นเดียวกันกับทะเลสาบแก่งกะจาน โดยเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยาน บริเวณยอดเขาเป็นทุ่งหญ้ากว้าง มีลานกางเต็นท์ จากยอดเขาสามารถมองเห็นป่าดงดิบอันอุดมสมบูรณ์ และเทือกเขาหลายลูกสลับทับเหลื่อมเป็นแนว

บนยอดเขาพะเนินทุ่งถือเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในฤดูหนาวและฤดูฝนเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมากและมักจะจัดโปรแกรมคู่กับล่องเรือชมทิวทัศน์ในทะเลสาบแก่งกะจาน

เขาอีบิด

เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่กำลังมาแรงของจังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่อยู่ในอำเภอเขาย้อย ความงดงามของเขาอีบิดเกิดจาก ก้อนหินหลายขนาดที่กระจายตัวอยู่บริเวณริมน้ำที่มีฉากหลังเป็นทิวสนสีเขียวและยอดเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาหรือที่เรียกกันว่า เขาอีบิด ทำให้เกิดเป็นความงามแบบธรรมชาติที่ได้สมญานามว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

เนื่องจากเขาอีบิดเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่จึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ แต่ปัจจุบัน ( มี.ค. 2563 ) บางช่วงเวลาเริ่มมีแม่ค้ามาจำหน่ายอาหารเครื่องดื่มกันบ้างแล้ว

วนอุทยานเขานางพันธุรัต

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในอำเภอชะอำ มีความเขียวขจีของธรรมชาติ และโดดเด่นไปด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างคล้ายนางพันธุรัต นางยักษ์ในวรรณคดีไทยเรื่องสังข์ทองนอนอยู่ ภายในอุทยานได้จัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เพื่อเที่ยวชมตามจุดต่างๆเช่น ยอดเมรุ กระจกนางพันธุรัต ลานเกือกแก้ว บ่อชุบตัวพระสังข์ ซึ่งเกิดจากประติมากรรมธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี ต้นไทรยักษ์ จุดชมวิว จุดดูนก กำแพงเมืองจีน เป็นต้น

วนอุทยานเขานางพันธุรัตมีลานกางเต็นท์และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่ ซึ่งปัจจุบัน ( มี.ค. 2563 ) ยังไม่ครึกครื้น เหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องธรรมชาติที่สงบเงียบ