เบิ่งวิวงาม 3 พิกัด ริมโขงเมืองหนองคาย

หนองคาย

หากใครมีโอกาสไปเยือนจังหวัดหนองคาย เชื่อว่าจุดแรกที่อยากเห็นคือวิวน้ำโขง ที่งดงามตามคำร่ำลือแน่นอน เพราะจังหวัดหนองคายมีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดริมโขง จึงมีแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ริมโขงหลายแห่ง สำหรับวันนี้เรามีสถานที่เที่ยวโด่งดังในอำเภอเมืองหนองคายมาฝากนักเดินทาง ที่อยากเห็นความงามของทิวทัศน์แม่น้ำโขง เป็นความงามที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวมามากมายหลายคนแล้ว หากใครอยากมีภาพสวยๆ ความประทับใจที่งดงาม มารู้จักกับ 3 พิกัดริมโขง ในอำเภอเมืองหนองคายกันเถอะค่ะ

ลานพญานาคคู่

เป็นสวนสาธารณะริมน้ำโขงที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองหนองคาย มีพื้นที่ตั้งแต่บริเวณตลาดท่าเสด็จ ยาวไปจนถึงหน้าวัดลำดวน มีประติมากรรมพญานาคขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดหนองคาย 2 ตัว เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ริมน้ำโขง ถือเป็นจุดชมวิวสวยงามแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง

นอกจากจะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงอันกว้างไกลแล้ว ยังเป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ เช่นพักผ่อน เดินเล่น วาดรูป ถ่ายรูป ออกกำลังกาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญของเมืองหนองคาย คือ งานวันออกพรรษา และจุดชมบั้งไฟพญานาคประเพณีสำคัญของจังหวัดหนองคาย จึงมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า ลานวัฒนธรรมริมโขงหน้าวัดลำดวน ซึ่งก็คือบริเวณเดียวกันกับ ลานพญานาคคู่ นั่นเอง

สะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 1

เป็นสะพานที่มีความสำคัญมากในด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยและลาว โดยเป็นสะพานขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างดินแดน ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย เข้ากับ บ้านท่านาแล้ง เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทร์ของฝั่งลาว ตัวสะพานมีความยาว 1.20 กิโลเมตร กว้าง 15 เมตร มีสองช่องทางเดินรถ

นอกจากจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในเรื่องการขนส่งสินค้าแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่าง ไทย ลาว และออสเตรีย ที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สำหรับฝั่งไทยบริเวณเชิงสะพานริมแม่น้ำโขง มีทัศนียภาพที่งดงามมาก เป็นจุดชมวิวที่มีผู้คนแวะเวียนมาพักผ่อน ชมวิวริมโขงในตอนเย็น มีถนนตัวหนอนเลียบลำน้ำโขง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวบางคนใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย หรือ เอ็นจอยกับบรรยากาศด้วยการปั่นจักรยานชมวิว

พระธาตุกลางน้ำ

หรือวัดพระธาตุหล้าหนอง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หักพังและจมอยู่กลางแม่น้ำโขง อยู่ในเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย โดยเป็นองค์พระธาตุก่ออิฐถือปูน ล้มตะแคงไปตามทิศทางกระแสน้ำ มีฐานสี่เหลี่ยมโดยมีด้านหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำซึ่งห่างจากฝั่งไทยประมาณ 180 เมตร

จากการสำรวจใต้น้ำของหน่วยโบราณคดีภาค 7 พบว่า องค์พระธาตุมีลักษณะคล้ายกับพระธาตุบังพวน วัดในอำเภอเมืองหนองคาย คะเนว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20-22 เป็นฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม หักออกเป็น 3 ท่อนจมอยู่ใต้น้ำ และยังมีตำนานกล่าวไว้ว่า พระธาตุองค์นี้เป็นหนึ่งในพระธาตุที่สร้างโดยพระอรหันต์ 5 องค์ จากนั้นได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าจากประเทศอินเดียมาบรรจุไว้แล้วอัญเชิญประดิษฐานไว้พร้อมกัน 6 แห่ง ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว

โดยพระธาตุองค์นี้ได้บรรจุฝ่าพระบาทเบื้องขวา 9 องค์ แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานที่พระธาตุเมืองลา หรือ พระธาตุหล้าหนอง อำเภอเมืองหนองคาย ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ตามประชุมพงศาวดาร ภาค 70 ได้บันทึกไว้ว่า น้ำโขงได้กัดเซาะริมตลิ่งพังไปถึงองค์พระธาตุหล้าหนอง และได้อับปางลงสู่แม่น้ำโขง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 เวลาใกล้ค่ำ พ.ศ. 2309 ซึ่งจากอดีตจนถึงปัจจุบันยังมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดินทางโดยเรือบริการเที่ยว ไปสักการะบูชาอย่างสม่ำเสมอ และจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลหยุดยาว