ชมความงาม ติดตามประวัติศาสตร์กับ 2 วัดดังในเมืองหนองคาย

หนองคาย

หากใครเคยมาเที่ยวที่จังหวัดหนองคาย คงปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โบราณสถานต่างๆ ริมโขง บนภู น้ำตก ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบเครื่องเรื่องเที่ยวจริงๆ ตามที่เราได้แนะนำแหล่งท่องเที่ยว หลายแห่งในจังหวัดหนองคายไปมากมายแล้วนั้น วันนี้เราจะมาเอาใจสายบุญ ด้วยการพาไปรู้จักกับ 2 วัดดังในเมืองหนองคาย ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สวยงามและมีเรื่องราวประวัติศาสตร์แอบแฝง หากใครเป็นนักเที่ยวสายบุญ สายประวัติศาสตร์ ตามเรามาเลยค่ะ

วัดพระธาตุบังพวน

เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ตั้งอยู่ในเขต ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย แม้จะไม่มีหลักฐานระบุว่าสร้างในสมัยใดแต่ตำนานความเชื่อพื้นบ้านระบุได้ว่าคำว่า “บังพวน” เพี้ยนมาจากคำว่า “บังคน” ซึ่งแปลว่ากระเพราะปัสสาวะ และเชื่อว่าภายในพระธาตุนี้บรรจุพระบังคนหนักของพระพุทธเจ้าเอาไว้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 พระธาตุบังพวนได้พังทลายลงมา เนื่องจากเกิดพายุหนัก และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุขึ้นมาใหม่ในรูปทรงเดิม และมีการจัดงานฉลองสมโภชองค์พระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

ภายในวัดพระธาตุบังพวน มีไฮไลท์เด่นคือมี “สัตตมหาสถาน” โบราณ คือการจำลอง 7 สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าได้แก่ โพธิบัลลังก์, อนิมมิสเจดีย์, รัตนจงกรมเจดีย์, รัตนฆรเจดีย์, อชาปาลนิโครธเจดีย์, มุจลินทเจดีย์ และ ราชายตนะเจดีย์

ซึ่งวัดพระธาตุบังพวนถือเป็นแห่งเดียวในโลกที่ยังปรากฏซากโบราณของ สัตตมหาสถาน จากอดีตครบทั้ง 7 สิ่ง ส่วนสิ่งที่น่าสนใจอื่นก็จะเป็น เจดีย์องค์ประธาน สถูปเก่าแก่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณศิลปะล้านช้าง โบสถ์โบราณที่เหลือเพียงซากอิฐ และสระพญานาค

วัดโพธิ์ชัย

เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน มีพื้นที่อยู่ใน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย ตามประวัติกล่าวว่า เดิมเป็นพื้นที่ของที่เผาศพ ในสมัยกรุงรัตโกสินทร์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดโพธิ์ชัย และในปี พ.ศ. 2524 ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ

ภายในวัดประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส” อยู่กลางวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่หล่อขึ้นจากทองสีสุก โดยมีตำนานที่กล่าวกันว่า หลวงพ่อพระใส ได้ถูกสร้างขึ้นโดยพระธิดา 3 องค์ ของพระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งล้านช้าง โดยพระธิดาทั้งสามได้หล่อพระรูปคนละ 1 องค์ คือ พระสุก พระเสริม และพระใส

เดิมประดิษฐานอยู่ที่เวียงจันทร์ ก่อนจะถูกอัญเชิญข้ามน้ำโขงมายังฝั่งไทย ในรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ระหว่างทาง พระสุกเกิดจมน้ำและหายไป ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้มีการอัญเชิญ พระเสริมและพระใสขึ้นเกวียนไปยังพระนคร

แต่เกวียนที่ประดิษฐานพระใสเกิดหักบริเวณวัดโพธิ์ชัยไม่สามารถไปต่อได้ จึงได้ประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัยมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนพระเสริมได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดปทุมวนารามในปัจจุบัน