เที่ยวแบบคูลๆ กับ 3 วัดถ้ำหนองบัวลำภู แค่บอกต่อก็ได้บุญ

หนองบัวลำภู

หน้าร้อนที่ใครๆก็อยากหนีร้อนไปนอนหาด แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถเดินทางไปทะเลบ่อยๆในช่วงฤดูร้อน หากใครที่ไม่มีเวลาหรือมีวันหยุดเพียงน้อยนิด วันนี้เรามีสถานที่คลายร้อนที่แหวกแนวมาแนะนำค่ะ เป็นการท่องเที่ยวในบรรยากาศคูลๆเหมือนกันแต่ทัศนียภาพนั้นงดงามคนละแบบ และที่เราจะแนะนำต่อไปนี้คือ วัดถ้ำต่างๆในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ใครไปมาแล้วต่างก็ประทับใจในความงามแถมยังได้กุศลติดตัวมาอีกด้วย หากใครสนใจตามมาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

วัดถ้ำเอราวัณ

เป็นหนึ่งในวัดถ้ำหลายแห่งของจังหวัดหนองบัวลำภู โดยวัดตั้งอยู่บนภูเขาผาน้ำช้าง ซึ่งเป็นรอยต่อของอำเภอวังสะพุงจังหวัดเลยและอำเภอนาวังจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่มีบันไดทอดตัวขึ้นไปสู่ปากถ้ำจำนวน 600 ขั้น และมีศาลาพักเหนื่อยทุกๆ 150 ขั้น จำนวน 3 หลัง

เมื่อขึ้นไปถึงบริเวณปากถ้ำจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่

และมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นพื้นที่ราบลุ่มเขา กว้างไกลออกไปเป็นภูเขาน้อยใหญ่เรียงรายกันไป

ภายในถ้ำเป็นโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหินปะการัง หินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆตามจินตนาการของผู้พบเห็น ส่วนในห้องที่แสงสว่างเข้าไม่ถึงจะมีการติดตั้งดวงไฟหลากสี เพิ่มความสะดวกและงดงามในการเข้าชม นอกจากนี้บริเวณด้านหลังถ้ำยังมีบันไดขึ้นไปสู่จุดชมวิวอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งงดงามและมองเห็นได้ไกลกว่าจุดชมวิวด้านหน้า บริเวณนี้ไม่มีทางลงสู่ถนนด้านล่าง ดังนั้นทางออกจึงเป็นทางเดียวกับทางที่เดินเข้ามาเที่ยวชม

วัดถ้ำสุวรรณคูหา

เป็นวัดที่ชาวบ้านเรียกกันสั้นๆว่า วัดถ้ำ มีพื้นที่อยู่ใน ตำบลนาสี อำเภอสุวรรณคูหา สร้างในภูเขาหินปูนเป็นวัดโบราณสถานที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ตอนบนของถ้ำมีถ้ำน้อยใหญ่อีกหลายแห่งแต่วัดสุวรรณคูหาเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำอื่น ภายในมีพระพุทธรูปทรงนาคปรก 7 เศียรเป็นพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมุจลินทร์ ในศิลปะสมัยล้านช้างและสร้างในสมัยสมเด็จพระชัยเชษฐาธิราช นอกจากนี้ยังมีความงดงามจากการตกแต่งด้วยกระเบื้อง ถ้วย จานเชิงลายครามและเบญจรงค์ต่างๆรวมไปถึงพระพุทธรูปปูนปั้นปางต่างๆ หลายขนาดที่ประดิษฐานอยู่ภายในหลายองค์ มีพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาด 7 วา 2 ศอก ซึ่งงดงามมาก และมีพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์หลายพระองค์

วัดถ้ำกลองเพล


เครดิตภาพ: Visual Storyteller / Shutterstock.com

เป็นวัดป่าที่ตั้งอยู่บนยอดเขาภูพาน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ตามประวัติสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยขอมแต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างใน พ.ศ.ใด ต่อมาเป็นวัดร้าง และเมื่อปี พ.ศ. 2501 พระอาจารย์หลวงปู่ขาว นวลโย ได้ใช้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐานและบูรณะให้เป็นโถงขนาดใหญ่ ปัจจุบัน (เมษายน 2563) มีเนื้อที่กว้างขวาง ท่ามกลางป่าไม้ร่มรื่น เงียบสงบ

มีสวนหินรูปร่างแปลกประหลาด ภายในห้องโถงหรืออุโบสถประดิษฐานรูปปั้นของหลวงปู่ขาว และกลองโบราณสองหน้า ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า กลองเพล นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้หลังเล็กๆท่ามกลางสวนดอกไม้ ซึ่งเป็นกุฏิเก่าของหลวงปู่ขาว ส่วนกุฏิใหม่เป็นเรือนไทยทันสมัยหลังใหญ่และยังงดงามไปด้วยเจดีย์หลวงปู่ขาวที่สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรจุอัฐิหลวงปู่ขาวบนลานหินที่มีบันไดทอดขึ้นไปสู่องค์เจดีย์

พิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร หลวงปู่ขาว อนาลโย