แต่งไทยไปกาญจน์ ย้อนวันวานที่เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

กาญจนบุรี

หากพูดถึงจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว เชื่อว่าต้องมีหลายคนจินตนาการไปถึงนักท่องเที่ยวที่ใส่ชุดไทยยืนโพสต์ท่ากลาง เมืองมัลลิกา อย่างแน่นอน แม้ว่าสัญลักษณ์อันโดดเด่นของกาญจนบุรีจะเป็นทางรถไฟสายมรณะบนแม่น้ำแคว ที่ปลุกให้คนทั่วโลกต้องจดจำเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2  แต่ประวัติศาสตร์ไทย ที่เริ่มต้นจากอาณาจักรสุโขทัยก็ยังไม่ได้ลืมเลือนไปจากประชาชนคนไทย ยังคงอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ จากรุ่นสู่รุ่น จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงเกิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นเชิงอนุรักษ์ ย้อนยุค ชื่อเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่กำลังติดเทรนด์ในจังหวัดกาญจนบุรีในขณะนี้ ส่วนรูปแบบและความงดงามจะเป็นอย่างไร เรามาทำความรู้จักกับเมืองนี้กันเลยค่ะ

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเด่นในจังหวัดกาญจนบุรี ที่เพิ่งเปิดให้เที่ยวชมเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ตั้งอยู่ในตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่ แต่ก็ชนะใจนักท่องเที่ยวได้อย่างขาดลอย ด้วยคอนเซปย้อนยุคไปถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หรือในรัชกาลที่ 5 โดยเป็นการจำลองเมืองโบราณ บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ จำลองวิถีชีวิตอิสระของชาวสยาม หลังจากรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124 ในวันที่ 1 เมษายน 2448 ภายในมีสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนในสมัยก่อน การแต่งกาย เงินที่ใช้จับจ่าย รวมไปถึงภาษา ทั้งหมดคือยุคสมัยรัตนโกสินทร์

และนักท่องเที่ยวสามารถแต่งกายย้อนยุคเพื่อให้ให้เข้ากับบรรยากาศได้อีกด้วย ส่วนสิ่งที่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวชม เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 มีดังนี้

สะพานหัน เป็นสะพานสมัยโบราณ มีลักษณะเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง โดยจะตอกตรึงปลายข้างหนึ่งข้างใดไว้ เพื่อสามารถหันไปมาให้เรือแล่นผ่าน ในสมัยรัชกาลที่ 4 พัฒนาเป็นสะพานโครงเหล็กพื้นไม้ ต่อมารัชกาลที่ 5 เปลี่ยนเป็นสะพานแบบริอัลโตทีนครเวนิซ ประเทศอิตาลี โดยสองฝั่งคลองเป็นห้องแถวเล็กๆสำหรับขายของ พื้นที่ตรงกลางเป็นทางเดิน

ย่านการค้า เป็นศูนย์รวมอาหารคาว หวาน มากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อได้ตามที่ต้องการ

หอชมเมือง จำลองมาจาก หอคอยคุกที่ใช้สอดส่องนักโทษ แต่สำหรับในเมืองมัลลิกาใช้เป็นที่ชื่นชมทัศนียภาพของเมืองในมุมสูง

เรือนเดี่ยว เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวบ้าน ในสมัย ร.ศ.124 ที่มีอาชีพ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก จักสาน ทอผ้า เป็นต้น

เรือนคหบดี เป็นเรือนของคนที่มีฐานะในสมัยนั้น บนเรือนมีกิจกรรมคืองานใบตอง งานดอกไม้ งานแกะสลัก งานเครื่องแขวน และยังมีเรือนครัวที่เป็นองค์ประกอบของเรือน สำหรับประกอบอาหารเลี้ยงบ่าวไพร่และแขกเหรื่อ

โรงครัว ประกอบด้วย โรงสี ยุ้งข้าว โรงเตรียม มีการแสดงวิธีการฝัดข้าว สีข้าว ตำข้าว ของคนสมัยก่อน และการหุงข้าวเตากระทะใบบัว ซึ่งเป็นการประกอบอาหารด้วยเตาถ่านเท่านั้น

เรือนหมู่ ที่เมืองมัลลิกานั้นถือเป็นเรือนหมู่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีไว้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคหบดีผู้มั่งคั่ง และเป็นสถานที่รับประทานอาหารเย็น โดยจะมีการแสดงนาฏศิลป์ไทยและเสริฟอาหารไทยโบราณให้กับแขกเหรื่อผู้มาเยือน

เรือนแพ เป็นเรือนแพริมน้ำสำหรับค้าขายอาหาร และร้านกาแฟ มีการจำลองบรรยากาศตลาดน้ำเล็กๆอีกด้วย

ลานมะลิ เป็นพื้นที่ปลูกดอกมะลิ ซึ่งมีดอกมะลิพันธุ์ต่างๆ เพื่อดูเล่นและสูดกลิ่นหอมๆยามเบ่งบาน

ห้องเล่าเรื่อง เป็นห้องที่จัดแสดงรูปภาพต่างๆที่งดงามของวิถีชีวิตชาวไทยในอดีตเมื่อ 110 ปีก่อน

รถลาก เป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งในเมืองมัลลิกา จุดบริการอยู่ตรงกำแพงหน้าเมือง ซึ่งสมัยก่อนคนลากส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนที่อพยพเข้ามา

เหรียญรู เป็นเหรียญที่ใช้แลกสินค้าในเมืองมัลลิกา จะมีจุดแลกก่อนเข้าเมือง

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *