เที่ยวอำเภอเมืองกาญจน์ ชมวันวานของกาญจนบุรี

กาญจนบุรี

เรามั่นใจว่าในสุดสัปดาห์ของสายเที่ยว  โปรแกรมส่วนใหญ่ก็คงจะไม่พ้นการไปเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ใกล้ๆที่ทำงาน และหากใครที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพหรือจังหวัดใกล้เคียง เราแนะนำว่า กาญจนบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่น่าเดินทางไปเที่ยวชมเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยว ทุกรูปแบบ ทั้ง ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงพุทธสถานต่างๆ  หากใครยังเป็นมือใหม่สำหรับเมืองกาญจนบุรี  เราแนะนำให้ไปตั้งหลักที่อำเภอเมืองเสียก่อน ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเริ่มเอ็นจอยกับการท่องเที่ยวได้ทันทีเมื่อไปถึง  สำหรับวันนี้เรามีแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองมาแนะนำเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนจะคุณจะเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่คุณพอใจ  ต้องบอกก่อนเลยว่าในตัวอำเภอก็ใช่ย่อยนะ เพราะแต่ละแห่งที่เราเลือกมา รับรองว่าจะทำให้คุณฟินจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว

ถนนปากแพรก

เครดิตภาพ: Hugphakram / Shutterstock.com

มีฐานะเป็นชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีอายุกว่า 180 ปีมาแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของถนนประวัติศาสตร์สายนี้ เริ่มจากประตูเมืองเก่าซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์ในปัจจุบัน เลียบไปตามกำแพงเมืองด้านหน้า ไปจนถึงวัดเทวสังฆาราม ถนนปากแพรกมีความสำคัญมาพร้อมกับกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระองค์ทรงโปรดเกล้าให้ย้ายเมืองกาญจนบุรี จากท่าเสาเขาชนไก่มาตั้งใหม่ที่ถนนปากแพรก เนื่องจากเป็นจุดที่แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย ไหลมาบรรจบเป็นน้ำแม่กลอง ในปี พ.ศ. 2374 มีชาวจีนและชาวญวนเข้ามาอาศัยและทำการค้าขายเป็นกลุ่มแรก บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่หลากหลายเชื้อชาติ ได้แก่ จีน ไทย ยุโรป ญวน มนิลา สิงค์โปร์แนวชิโน-โปตุกีส ถนนสายนี้ยังถือเป็นถนนคอนกรีตสายแรก และมีโรงแรมเกิดขึ้นเป็นแห่งแรกในกาญจนบุรี ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันโดดเด่นให้เห็นอยู่ นอกเหนือจากนี้ในทุกวันเสาร์จะมีกิจกรรมถนนคนเดิน ให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปไป ชมไป เต็มอิ่มกับรสชาติอาหารและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเมืองเก่า ถนนปากแพรกจึงถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี

สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก

หรือ ป่าช้าฝรั่ง ตั้งอยู่บนถนนแสงชูโต อำเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นสุสานขนาดใหญ่บนพื้นที่ 17 กว่าไร่ ซึ่งสุสานแห่งนี้บรรจุศพของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ จำนวน 6,982 หลุม

บริเวณสุสานเงียบสงบและร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่เป็นบางจุด  ทุกหลุมศพของเหล่าทหารมีแผ่นสีทองเหลืองจารึกชื่อ อายุ และประเทศของผู้เสียชีวิต และถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบสลับกับดอกไม้หลากสี ปูด้วยแผ่นหญ้าสีเขียว ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์และความทุกข์ทรมานในสงครามคราวนั้น

นอกจากนี้ยังมี สุสานช่องไก่ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย เป็นสุสานของเชลยศึกที่ส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ และมีเชลยศึกที่เสียชีวิตจากอหิวาตกโรคจำนวน 300 ศพ ถูกฝังไว้ที่ค่ายนิเกะ ตั้งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนพม่า รวมไปถึงกรรมกรชาวเอเชียอีกจำนวนมากที่เสียชีวิตโดยไม่มีการบันทึกไว้ แต่ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์กรรมกรและทหารนิรนามไว้ที่ป่าช้าวัดญวน และโครงกระดูกบางส่วนได้จัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2

ต้นจามจุรียักษ์

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองกาญจนบุรี  ที่ถือเป็นอันซีนแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะของต้นจามจุรีที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาดลำต้น 10 คนโอบ รัศมีความแผ่กระจายของกิ่งก้านประมาณ 26 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางของร่มเงายาวถึง 51.75 เมตร ส่วนความสูงจากพื้นดินสู่ยอดวัดได้ 20 เมตรเลยทีเดียว

ดังนั้นพื้นที่ภายใต้ร่มเงาจึงค่อนข้างกว้างขวาง ประกอบกับการปรับปรุงทางเดินใต้ต้นจามจุรีเป็นสะพานไม้ยกสูงโอบล้อมลำต้นเอาไว้  ปูด้วยหญ้าสีเขียว ทำให้ต้นจามจุรีกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นติดชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนมาถ่ายรูป พักผ่อนใต้ร่มเงาก่อนแวะเวียนไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *