รวมมิตร 3 ภู พีคสุดในฤดูหนาวที่เชียงราย

เชียงราย

เชียงรายเป็นดินแดนแห่งขุนเขาที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวหลายคนที่หลงใหลในบรรยากาศแห่งม่านหมอกทางภาคเหนือ สำหรับใครที่ยังไม่เคยขึ้นมาเที่ยวชมถ้ามีโอกาสเราอยากแนะนำ 3 ภู สุดพีคที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกัน ส่วนบรรยากาศที่พีคสุด สุดพีคนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

ภูชี้ฟ้า

เป็นยอดภูติดอันดับที่มีนักท่องเที่ยวดั้นด้นขึ้นมาเป็นจำนวนมากในฤดูหนาว ซึ่งจะอยู่ในส่วนของเทือกเขาดอยผาหม่น เป็นเขตแบ่งพรมแดนไทย – ลาว มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าและมีหน้าผาสูงชันที่เหยียดชี้ขึ้นไปบนฟ้า อันเป็นที่มาของชื่อ

ส่วนบนยอดภูนั้นงดงามติดอันดับแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะฤดูหนาวจะเห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่กันขึ้นไปชมทะเลหมอกบนยอดภู ซึ่งหากใครได้ไปยืนตรงจุดนั้นก็จะได้เห็นภาพทะเลหมอกสีขาวหนาแน่นห่มคลุมพื้นที่เบื้องล่าง หากมีแสงแรกของพระอาทิตย์จับขึ้นที่ขอบฟ้า จะเพิ่มความงดงามน่าหลงใหล นั่นคือสิ่งที่ใครๆต่างใฝ่ฝันอยากขึ้นมาเที่ยวชม

แม้กระทั่งในฤดูฝน บนเส้นทางเดินเท้าสู่ ภูชี้ฟ้า ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกระเตงสัมภาระขึ้นมากางเต็นท์อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากบรรยากาศข้างบนเย็นสบายและมีหมอกหนาในตอนเช้า แม้จะไม่งดงามเท่าฤดูหนาว แต่ทัศนียภาพเบื้องล่างยามไร้เมฆหมอกก็ดูงดงามน่าชมไปอีกแบบ

ภูชี้ดาว

เป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ที่วันนี้ชื่อเสียงยังไม่กว้างมากนัก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มขึ้นไปพิสูจน์และยืนยันในความงดงามมาเรียบร้อยแล้ว ภูชี้ดาวมีพื้นที่อยู่ในเขตของตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น  มีลักษณะคล้ายภูชี้ฟ้าคือเป็นหน้าผาเหยียดชี้ขึ้นไป แต่ความต่างคือภูชี้ดาวจะมีสันเขาและยอดภูแคบกว่า และมีราวไม้ไผ่กั้นไปตลอดแนวสันเขา เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

ดูสวยงามในระยะไกล และกลายเป็นจุดเด่นของภูชี้ดาวไปโดยปริยายและด้วยความแคบนี้ ทำให้ผู้ที่ได้มีโอกาสไปยืนบนยอดภู  รู้สึกราวกับยืนอยู่บนเมฆ เนื่องจากสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา

ส่วนความงดงามในฤดูหนาวไม่ต้องพูดถึง ยิ่งมีพื้นที่ของหน้าผาน้อยนิด ก็จะเพิ่มพื้นที่ของทะเลหมอกมากขึ้น การเดินทางขึ้นไปเที่ยวชมบนภูชี้ดาวนั้น จะต้องเดินเท้าขึ้นไปไล่ตามระดับสันเขา ยิ่งใกล้ถึงยอดภูเส้นทางก็จะแคบลงเรื่อยๆ หากเป็นหน้าหนาวจะมีหมอกหนาคลุมทาง ดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ส่วนปลายทางนั้นเป็นยอดภูที่ยืนได้ไม่กี่คนมีหลักกิโลปักไว้เป็นสัญลักษณ์

ภูชี้เดือน

เป็นหนึ่งในภูที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเชียงราย มีพื้นที่ใกล้กับภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาว จนได้รับขนานว่าเป็นแฝดผู้น้องของทั้งสองภู

ส่วนบรรยากาศบนยอดภูนั้น สามารถชมเกลียวคลื่นของทะเลหมอกและทิวทัศน์แบบ 360 องศาได้เช่นกัน พร้อมลานโล่งบนยอดภู สามารถกางเต็นท์ ชมแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ นอนดูดาวบนยอดภูสูง และตื่นขึ้นมาทักทายแสงแรกของตะวัน

นอกจากนี้หากใครกางเต็นท์ที่ภูชี้เดือนแล้วอยากขึ้นไปเดินเที่ยวชมบนภูชี้ดาวก็สามารถทำได้ เพราะระยะทางจากภูชี้เดือนถึงภูชี้ดาวใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง