ออบขานเชียงใหม่ ในวันที่ใบไม้เป็นสีน้ำตาล

เชียงใหม่

ฤดูร้อนเมืองไทย ที่มองไปทางไหนก็เจอแต่สีน้ำตาลแห้งๆของใบไม้เกลื่อนพื้น จึงไม่แปลกนักที่แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ตามป่าเขา ลำเนาไพร จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อนคลายร้อน สำหรับแหล่งท่องเที่ยวคลายร้อนที่เราภูมิใจเสนอวันนี้ อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีน้ำป่าไหลเอื่อยเป็นลำธาร และที่เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนในท้องที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะที่นี่คือ   ”ออบขาน” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่คู่ชาวอำเภอหางดงมาชั่วนาตาปี สำหรับความงดงามที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาเที่ยวชมนั้นมีเยอะมาก หากใครไม่รู้จัก ออบขาน ตามเรามาดูเลยค่ะ และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในสายธารกลางป่า รับรองว่าคุณจะหลงรักที่นี่ไปอีกนานเลยค่ะ

ออบขาน มีพื้นที่อยู่ในตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ  ออบขาน มีลักษณะเป็นแม่น้ำขานที่ไหลผ่าน ออบ ซึ่งเป็นหน้าผาหินสูงชันหันหน้าเข้าหากันสองฝั่ง ซึ่งลักษณะแบบนี้ภาษาท้องถิ่นในภาคเหนือเรียกว่า “ออบ” ส่วนคำว่าขานนั้น เป็นชื่อของแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งในภาคเหนือที่ไหลผ่าน ออบ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ออบขาน” สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในฤดูร้อนของคนเชียงใหม่

ความงดงามของ ออบขาน คือ แม่น้ำขานที่ไหลเอื่อยมาตามเส้นทางที่ผ่าน ออบ มีไฮไลท์เป็นหินผาที่เว้าแหว่งเป็นประติมากรรมธรรมชาติที่งดงามน่าหลงใหล แล้วไหลผ่านไปยังพื้นที่ที่เป็นแก่งหิน บางจุดเป็นลำธารผ่านป่าเขียวขจี มีสะพานทอดข้ามดูเป็นธรรมชาติที่สวยงาม สามารถลงเล่นน้ำได้หลายจุด นักท่องเที่ยวส่วนมากที่มาเยือน นิยมปูเสื่อปิกนิกใต้ร่มไม้ริมธาร ซึ่งถือเป็นการพักผ่อนชั้นเยี่ยมภายใต้ทัศนียภาพของขุนเขาและสายธาร

แม้ว่าในฤดูร้อนที่พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ที่เหลือแต่กิ่งก้าน บางต้นเหลือใบสีน้ำตาลติดลำต้นแค่ 2-3 ใบ แต่ในพื้นที่ ออบขาน ก็ยังมีความชุ่มฉ่ำของสายธารและใบไม้เขียวครื้มบนยอดดอยให้พอชื่นใจอยู่บ้าง

และหากนักท่องเที่ยวท่านใดที่นิยมการท่องธรรมชาติ บริเวณใกล้เคียง ออบขาน ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติอีกเยอะ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งเป็นการเดินเลียบลำธารแม่น้ำขาน และไต่ไปตามแนวผาผ่านโขดหินน้อยใหญ่บริเวณริมน้ำ ในเส้นทางกลับจะเป็นเส้นทางผ่านผืนป่าและสิ้นสุดที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ซึ่งเส้นทางศึกษานี้จะมีลักษณะเป็นวงกลมอยู่ในระยะทางประมาณ 800 เมตร นอกจากนี้ใครที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติป่าเขาแบบยาวๆ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อขออนุญาตกางเต็นท์ในพื้นที่ได้