พาส่อง 2 แลนด์มาร์คน้องใหม่ในกรุงเทพ ที่เปิดปุ๊บปังปั๊บทันที

กรุงเทพมหานคร

เครดิตภาพปก: BaLL LunLa / Shutterstock.com

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองรุ่งเรืองที่มีสถานที่หลายแห่งแจ้งเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ โครงการต่างๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยว บทความดีๆวันนี้เราจะพานักท่องเที่ยวไปรู้จักกับสองแลนมาร์คน้องใหม่ ที่เปิดตัวได้ไม่กี่ปีแต่ชื่อเสียงกลับโด่งดังทั่วกรุง สองแลนด์มาร์คน้องใหม่ไม่ธรรมดาแบบนี้ มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร และมีจุดเด่นตรงไหน ตามมาดูกันเลยค่ะ

ช่างชุ่ย

เครดิตภาพ: Sumeth anu / Shutterstock.com

เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างทางการเมื่อกลางปี 2560 ตั้งอยู่ที่ ถนนสิรินธร แขวงบางพลัด เขตบางพลัด มีพื้นที่ทั้งหมด 11 กว่าไร่ เป็นแหล่งรวมฟรีแลนซ์ดีไซเนอร์หลายกลุ่ม และเป็นจุดกำเนิดสินค้าใหม่ๆ มากมาย

เครดิตสำหรับบทความข่าว: Weerawayfarer / Shutterstock.com

ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่รวบรวมงานศิลปะ ไอเดีย แฟชั่น ร้านอาหารแหล่งช็อปปิ้ง ให้นักท่องเที่ยวได้ช็อปชิมอิ่มท้อง ตบท้ายด้วยการแชะภาพกับบรรยากาศฮิปๆแบบจุกๆกันเลยทีเดียว

เครดิตภาพ: Ggamies / Shutterstock.com

ภายในอาณาจักรช่างชุ่ยมีความโดดเด่นด้วยกลิ่นอายแห่งศิลปะทุกตารางนิ้ว ที่เน้นจากการประยุกต์วัสดุเก่าๆมาผสมผสานกันจนกลายเป็นศิลปะแบบสมัยใหม่อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีไอเดียเก๋ๆ จากร้านรวงต่างๆ ที่งัดมาสะกดสายตานักท่องเที่ยวให้เข้าไปแวะชม

เครดิตภาพ: amnat30 / Shutterstock.com

ซึ่งไฮไลท์เด่นของช่างชุ่ย ก็จะเป็นเครื่องบินลำใหญ่ ที่ภายในคือร้านอาหารและพิพิธภัณฑ์สัตว์สตาฟ ช่างชุ่ยถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่แหวกแนวของคนชาวกรุงและมักมีบรรยากาศคึกคักในช่วงเย็น หากใครมีเวลาสักครึ่งวันบ่ายสามารถแวะไปเสพย์ศิลป์หรือเป็นสถานที่นัดพบปะก็เป็นบรรยากาศดีๆไปอีกแบบ

มหานคร สกายวอล์ค

เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่เพิ่งเปิดตัวไป เมื่อเดือน พ.ย. 2561 แต่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม เนื่องจากเป็นแลนด์มาร์คที่รวมไฮไลท์เด็ดไว้บนยอดตึก “คิงเพาเวอร์ มหานคร” ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่วนไฮไลท์เด็ดที่ว่านั้นคือ จุดชมภายวิวนอกอาคารบนชั้นดาดฟ้าที่มีความสูงเหนือพื้นถึง 314 เมตร หรือชั้นที่ 78 ของตึกคิงเพาเวอร์ ถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทย จุดนี้จะมีนักท่องเที่ยวคึกคักที่สุดในช่วงเย็นเนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงามของพระอาทิตย์ตกดิน จากนั้นก็จะเป็นความสวยงามจากแสงไฟยามค่ำคืนทั่วกรุงเทพฯ

ใกล้เคียงกับดาดฟ้าเป็นพื้นกระจกลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ 63 ตารางเมตร สูงเหนือพื้น 310 เมตร สามารถมองเห็นยอดตึกนับหมื่นพันใจกลางกรุงเทพฯ นอกจากความอลังการของจุดชมวิวแล้ว ที่นี่ยังมีรูฟท๊อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ไฮไลท์เด็ดของ มหานคร สกายวอล์คยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อชั้นที่ 74 ยังมีจุดชมวิวในอาคาร และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในกรุงเทพ ที่พร้อมจะพาเราไปได้ทุกที่เพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยระบบที่ทันสมัยของ AR นอกจากนี้ยังมีโปสการ์ดสวยๆ พร้อมส่งจากตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สูดในประเทศไทย และชั้นที่ 75 เป็นชั้นลอยพร้อมกับจุดขึ้นลิฟท์แก้วที่จะพาเราทะยานขึ้นสู่ชั้นสูงสูด นอกจากความสวยงามของทิวทัศน์ในกรุงเทพฯยามค่ำคืนแล้ว ยังมีเรื่องราวของกรุงเทพแต่งแต้มตลอดทางเดินจากล๊อบบี้ไปยังจุดขึ้นลิฟท์ความเร็วสูง ที่จะพาเราทะยานขึ้นไปถึงชั้น 74 ภายใน 50 นาที

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *