จากรัตนโกสินทร์ถึงปัจจุบัน ของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

กรุงเทพมหานคร

 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ที่มีความงดงามโด่งดังไปทั่วโลก ตั้งอยู่ในแขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร โดดเด่นด้วยพระอุโบสถ พระระเบียง อันงดงามจากการประดับประดาด้วยหินอ่อนจากประเทศอีตาลี่  วัดเบญจมบพิตรฯ เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นิยมมาทำบุญ กราบไหว้ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดไม่ชาดสาย

เพราะนอกจากความงดงามจากสิ่งปลูกสร้างภายในวัดแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่และน่าสนใจเป็นอย่างมาก แม้จะไม่มีหลักฐานปรากฏว่าสร้างในสมัยใด แต่ก็มีชื่อปรากฏในประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2369 ซึ่งตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 3 ดังนี้ เดิมเป็นวัดโบราณชื่อ วัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ครั้งนั้นได้เกิดการกบฏโดย เจ้าอนุวงศ์ ผู้ครอบครอง นครเวียงจันทร์ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของไทย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ทรงเป็นแม่ทัพรักษาพระนคร ตั้งกองบัญชาการทัพที่ วัดแหลม แห่งนี้ และภายหลังการปราบกบฏเจ้าอนุวงส์แล้ว ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ วัดแหลม พร้อมด้วยพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ ครั้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดเบญจบพิตร” ซึ่งหมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์

วัดเบญจบพิตร ได้รับการสถานปนาอย่างจริงจังอีกครั้งในปี พ.ศ. 2441 โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมแบบไทยโบราณ และทรงออกแบบแผนผังแยกสัดส่วนเป็นเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส และพื้นที่สำหรับผู้ดูแลอุปถัมภ์บำรุงพระภิกษุสามเณรภายในวัด ปรับปรุงพื้นที่ให้มีสนามหญ้าและปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น  เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2441 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดเบญจพิตร โดยมีพระราชองค์การประกาศพระบรมราชูทิศถวายที่ดินให้เป็นเขตวิสุงคามสีมาของวัด และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดเบญจมบพิตร” ภายหลังได้ทรงถวายที่ดินที่พระองค์ขนานนามว่า “ดุสิตวนาราม” ให้เป็นวิสุงคามสีมาแก่วัดเบญจมบพิตรและทรงโปรดเกล้าฯ ให้เรียกนามรวมกันว่า “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” แต่เนื่องด้วย วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ได้ถูกจัดระเบียบให้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร จึงเป็นสร้อยนามต่อท้ายด้วย “ราชวรวิหาร” รวมกันเป็น “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามวรวิหาร” มาจนถึงปัจจุบัน’

 ส่วนสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญและงดงามภายในวัด อันเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมนั้น มีหลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ พระอุโบสถ, ศาลาสี่สมเด็จ, พระที่นั่งทรงธรรม, หอระฆังบวรวงศ์, พระที่นั่งผนวช, ศาลาบัณณรศภาค, โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร, พระวิหารสมเด็จ, ศาลาอุรุพงศ์, ศาลาธรรมชินราชปัญจบพิธ  ซึ่งแต่ละแห่งนั้นมีความวิจิตรงดงามแบบศิลปะไทยแท้ ถือเป็นเอกลักษณ์ของวัด ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะเลือกถ่ายมุมไหน ภาพที่ออกมาก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไทย ชวนให้รำลึกถึงประวัติศาสตร์บ้านเมืองแต่โบราณ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *