วัดเส้าหลิน ถิ่นปรมารจารย์ตั๊กม้อ แหล่งวิทยายุทธ์อันล้ำเลิศ

China - จีน

หากใครเคยดูหนังจีนกำลังภายในอย่างเรื่องมังกรหยก จิ้งจอกหิมะขาว น่าจะพอคุ้นเคยกับภาพในหนังของวัดเส้าหลิน ซึ่งเป็นวัดที่มีหลวงจีนฝึกวิทยายุทธ์กันอย่างเข้มแข็ง เพื่อคอยป้องกันไม่ให้ข้าศึกศัตรูเข้ามารบ และเผาทำลายวัด จึงเป็นภาพที่เราเคยเห็นกันบ่อยอยู่แล้ว กับภาพความสวยงามของวัดเส้าหลิน แต่ยังมีอะไรอีกมากมายที่คุณอาจจะยังไม่รู้


วัดเส้าหลิน (Shaolin Monastery) เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน อายุมากกว่า 1,500 ปี อยู่ทางทิศตะวันตกของเขาซงซาน อำเภอเฟิงเติง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน สร้างขึ้นในสมัยจักพรรดิเสี้ยวเหวินตี้ แห่งราชวงศ์วุ่ย (ปี ค.ศ.471 – 499) ซึ่งจุดประสงค์ในการสร้างวัด เพื่อเป็นสถานที่สำหรับให้พระภิกษุจากอินเดีย นำโดยพระ ป๋าถัวและลูกศิษย์จำนวนหลายรูป เข้ามาพักยังวัดแห่งนี้ เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา


วัดเส้าหลินมีเจ้าอาวาสรูปแรกคือ พระอาจารย์ตั๊กม้อ หรือพระโพธิธรรม ท่านเป็นพระชาวอินเดีย มาเผยแผ่พระพุทธศาสนา พระอาจารย์ตั๊กม้อท่านฝึกวรยุทธ์ในถ้ำเป็นเวลาถึง 9 ปี ก่อนจะออกจากถ้ำมาสอนวิชาให้กับลูกศิษย์ ปัจจุบันถ้ำแห่งนี้ยังอยู่ในวัดเส้าหลิน โดยเรียกกันว่า ถ้ำตั๊กม้อ หลังจากนั้นท่านเดินทางไปยังอี่ว์เหมิน และมรณภาพลง


ส่วนวิทยายุทธ์ของสำนักเส้าหลิน สาเหตุมาจากวัดเส้าหลินอยู่ในเขาซงซาน เป็นป่ารกทึบ เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและสัตว์พิษนานาชนิด และจากการนั่งสมาธิเป็นเวลานานของพระภิกษุ โดยไม่ได้มีการขยับ อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ พระอาจารย์ตั๊กม้อจึงประยุกต์ท่าทางของสัตว์ท่าต่าง ๆ เพื่อนำฝึกเพื่อออกกำลังกาย และใช้เป็นท่าสำหรับการป้องกันตัว ส่งผลให้พระภิกษุมีกล้ามเนื้อกระดูกแข็งแรง มีกำลังมากขึ้น และเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้นพระภิกษุวัดเส้าหลิน จึงมีการฝึกวรยุทธ์กันเป็นประจำทุกวัน


ในโรงเรียนได้นำไปใช้เป็นวิชาเพื่อฝึกให้ร่างกายแข็งแรง และเรียนรู้ในวิชาพละศึกษาด้วย


ซึ่งภายในบริเวณวัดเส้าหลินคุณยังจะได้เห็นเจดีย์มากมายกว่า 200 องค์ ภายในป่าที่เรียกว่าป่าถ่าหลิน เรียงรายกันอยู่ ซึ่งเจดีย์เหล่านั้นเป็นสุสาน ของอดีตเจ้าอาวาสและหลวงจีน ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ถังเป็นต้นมา


โดยในอดีตวัดเส้าหลินแห่งนี้ ได้มีส่วนในการในการทำให้จักรพรรดิไท่จงแห่งราชวงศ์ถัง เพื่อต่อสู้กับหวังซื่อซง กระทั่งได้รับชัยชนะ ภายหลังจึงสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิ วัดเส้าหลินจึงได้รับการดูแลจากจักรพรรดิเรื่อยมา กระทั่งถึงชื่อเสียงของวัดเส้าหลินมีมากขึ้น มีลูกศิษย์มากมายมาเรียนวรยุทธ์ยังวัดแห่งนี้ อีกทั้งวัดเส้าหลินยังมีส่วนในการต่อต้านแมนจู เพื่อไม่ให้มารุกรานจีนแผ่นดินใหญ่ แต่สุดท้ายวัดแห่งนี้ต้องถูกเผาทำลายลง โดยขุนศึกแห่งแมนจูชื่อ สือหย่งซาน ทำให้วิหาร ศาลา คัมภีร์และตำราต่างๆ ได้ถูกเผาไปด้วยในครั้งนั้น


ปัจจุบันประเทศจีนได้มีการบูรณะวัดเส้าหลินขึ้นใหม่ ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจีน เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการ มาดูกังฟูวัดเส้าหลินให้เห็นด้วยตัวเอง วัดเส้าหลินจึงยังคงเปิดต้อนรับให้ทุกคนได้มาดูกังฟูให้เห็นกับตา