เยือนสุสานจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิง ในจักรพรรดิหย่งเล่อ เมืองปักกิ่ง

China - จีน

สุสานจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิง (Imperial Tombs of the Ming and Qing Dynasties :明清皇家陵寝) เป็นสุสานจักรพรรดิ 2 ราชวงศ์ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องฮวงจุ้ยมาก เป็นยุคทองแห่งการสร้างสุสาน มีกษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์หมิงชื่อ ฮ่องเต้จูหยวนจาง เป็นราชวงศ์ที่ปกครองจีนอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1368 – 1644 พระองค์เป็นผู้โค่นล้มและยึดอำนาจมาจากราชวงศ์หยวน ซึ่งปกครองโดยชาวมองโกลได้สำเร็จ และพระองค์ตั้งราชวงศ์หมิงขึ้นปกครองแทน


พระองค์เป็นผู้มีความสำคัญ ในการวางระเบียบในการสร้างสุสานขึ้นมาใหม่ เช่นการเปลี่ยนกองดินของสุสาน จากสี่เหลี่ยมเป็นวงกลมหรือวงรี


ยกเลิกการสร้างห้องสุสานในหลุมใหญ่ๆ เปลี่ยนมาสร้างตำหนักประกอบพิธีเซ่นไหว้แทน

ต่อมาในสมัยราชวงศ์ชิงได้ยึดเกณฑ์เหมือนราชวงศ์หมิง แต่เพิ่มเติมเรื่องการสร้างสวนภายในให้เข้ากับธรรมชาติ และให้ความสำคัญในการจัดลำดับศักดิ์อาวุโส และการฝังพระศพของฮ่องเต้ ฮองเฮา และนางสนมไว้ในสุสานเดียวกัน อีกทั้งสร้างตำหนักเซ่นไหว้ให้สอดคล้องสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งทั้งสุสานราชวงศ์หมิงและชิงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ปี ค.ศ. 2000


สุสานแห่งราชวงศ์หมิงเป็นสุสานของ 13 จักรพรรดิ (明十三陵) เพราะมีกษัตริย์ของราชวงศ์หมิงฝังอยู่ในสุสานนี้จำนวน 13 พระองค์ จากกษัตริย์ทั้งหมด 16 พระองค์ เนื่องจากแรกเริ่มราชวงศ์หมิงนั้น ตั้งขึ้นมีเมืองหลวงที่หนานจิง (南京) โดยพระศพของกษัตริย์ที่ไม่ได้ฝังที่สุสานนี้ ได้แก่ จักรพรรดิจูหยวนจาง จักรพรรดิเจี้ยนเหวิน และจักรพรรดิจิ่งไท่ ดังนั้นพระศพของกษัตริย์จูหยวนจางจึงฝังที่เมืองหนานจิง ส่วนจักรพรรดิเจี้ยนเหวินถูกจักรพรรดิหย่งเล่อยึดอำนาจ หายสาบสูญไม่สามารถหาศพได้ กษัตริย์หย่งเล่อ (永乐) จึงขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิง และย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองปักกิ่ง อีกทั้งสร้างสุสานขึ้นที่แห่งนี้ในปี ค.ศ.1409 และพระองค์สินพระชนม์ลงในปี ค.ศ.1424


สุสานแรกของจักรพรรดิหย่งเล่อมีชื่อว่าฉางหลิง (长陵) เป็นสุสานที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในสมัยจักพรรดิยุคต่อๆ มาได้สร้างสุสานบริเวณเดียวกันนี้ กระทั่งราชวงศ์หมิงสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1644 โดยกบฏชาวนาของหลี่จื้อเฉิง (李自成) จักรพรรดิฉงเจิน (崇祯) ได้ฆ่าตัวตายหลังจากที่หลี่จื้อเฉิงบุกเข้ายึดเมืองปักกิ่งแล้วรู้ว่าสู้ไม่ไหว จึงมีสุสานทั้งหมด 13 แห่ง ลักษณะเด่นของสุสานทั้ง 13 แห่งคือการฝังอยู่ในหุบเขาเดียวกัน เว้นระยะห่างกันอย่างพอดี บนหุบเขาเสินเต้า (神道) แปลว่าเส้นทางศักดิ์สิทธิ์ และจากเสินเต้ามีทางเดินแยกต่อไปยังสุสานแห่งต่างๆ ดูแล้วจึงเป็นเหมือนรูปพัด


ส่วนสุสานราชวงศ์ชิงแบ่งเป็นฝั่งตะวันออก ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชางรุ่ย เมืองจุนฮว่า มณฑลเหอเป่ย ห่างจากปักกิ่งราว 125 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 2,500 ตารางกิโลเมตร เป็นสุสานกษัตริย์ราชวงศ์ชิง ที่มีความยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยหลุมสุสานกษัตริย์ 5 พระองค์


โดยมีสุสานของฮ่องเต้ซุ่นจื้อเป็นศูนย์กลาง สุสานอื่นๆ กระจายไปด้านซ้ายและขวา ตามการทอดตัวแนวออกถึงตกของภูเขาชางรุ่ย ส่วนฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาหย่งหนิง ทางทิศตะวันตกของตัวอำเภออี้ มณฑลเหอเป่ย ห่างจากปักกิ่งกว่า 120 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นกว่า 800 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหลุมสุสานของกษัตริย์ 4 พระองค์ โดยมีสุสานไท่หลิงรัชสมัยยงเจิ้งเป็นศูนย์กลาง


ราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ได้ยึดหลักการสร้างสุสานใกล้เมืองหลวงเป็นสำคัญ และนามเมืองที่จะตั้งสุสานต้องมีความหมายดี เหมือนราชวงศ์ก่อนนั้น อีกทั้งยังสะท้อนศิลปะอันทรงคุณค่าของจีน ในเรื่องความเชื่อเรื่อง ฮวงจุ้ย ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ฉะนั้นเมื่อคุณมายังที่แห่งนี้ จะได้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อของจีน และความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน