เรียนรู้การสร้างบ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง มรดกโลกจากภูมิปัญญาชาวฮกเกี้ยน

China - จีน

ถู่โหลวแห่งฝูเจี้ยน หรือบ้านดินแห่งฝูเจี้ยน (Fujian Tulou :福建土楼 : Fújiàn Tǔlóu) เป็นแหล่งมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง อยู่ในเขตภูเขา มณฑลฝูเจี้ยน หรือที่รู้จักกันคือ ฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2551 เป็นอาคารรูปทรงวงแหวนหลายชั้นที่สร้างจากดินของชาวจีนแคะ ซึ่งบ้านดินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกมีจำนวน 46 หลัง สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 – 20 ช่วงของราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง ชาวฮกเกี้ยนนิยมสร้างบ้านดินแบบนี้ ความสูง 2 – 5 ชั้น อาคารแต่ละหลังสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนกว่า 800 คน ได้รับการจัดอันดับจากการท่องเที่ยวประเทศจีน China National Tourism Administration ในระดับ 5A หรือระดับสูงสุดของที่เที่ยวในจีน

บ้านดินถู่โหลวหนานจิ้งเป็นแหล่งที่มีบ้านดินกว่า 1,300 หลัง กระจัดกระจายบนพื้นที่ 1,962 ตารางกิโลเมตรของอำเภอหนานจิ้ง เมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน มีบ้าน 57 หลังในจำนวนทั้งหมดที่มีอายุกว่า 100 ปี การสร้างบ้านดินของที่นี่ เน้นความเรียบง่ายแข็งแกร่งและใหญ่โต เพื่อให้เป็นป้อมปราการแล้วใช้ในการพักอาศัยด้วย


คุณจะเห็นรูปแบบในการสร้างบ้านดินจากหนานจิ้งได้ 2 รูปแบบ คือแบบทรงกลมหลายชั้น และแบบทรงเหลี่ยม แต่ส่วนมากจะสร้างเป็นทรงกลมมากกว่า มีความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย จึงนิยมสร้างบ่อน้ำไว้ตรงกลาง ตัวบ้านทำจากวัสดุหลายอย่างรวมกัน เช่น ดิน ไม้ หิน และไม้ไผ่ เป็นต้น นำวัสดุเหล่านั้นรวมกันแล้วสร้างให้มีความหนาของกำแพงกว่า 1 เมตร เพื่อให้สามารถกันลมพายุแรง เพื่อให้อุณภูมิเย็นพอดีในช่วงฤดูร้อน และมีความร้อนอุ่นในฤดูหนาว และเนื่องจากมณฑลฝูเจี้ยน ประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวบ่อย การสร้างบ้านดินจึงต้องมีความมั่นคงและหนาอย่างนั้น นับว่าเป็นความรู้ทางภูมิสถาปัตย์และวิศวกรรมของคนท้องถิ่นนี้


รวมทั้งคนสร้างบ้านดินจะคิดถึงเรื่อง ประโยชน์ใช้สอยภายในบ้านอย่างคุ้มค่า โดยมีการแบ่งเป็นห้องที่มีขนาดเท่ากัน แล้วให้แต่ละครอบครัวได้อยู่เป็นส่วนตัว ลักษณะเด่นอีกอย่าง คือการสร้างห้องทุกห้องให้หันหน้าเข้าหากันทั้งหมด ผนังด้านหลังห้องเป็นกำแพงของบ้าน


ส่วนพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันจะเปิดโล่ง


มีประตูใหญ่สร้างจากไม้กระดานหนา 10 เซนติเมตร ใช้เป็นทางเข้าออกเพียงด้านเดียว เหนือประตูจะเป็นรางน้ำ ซึ่งชาวบ้านลำเลียงน้ำจากชั้น 2 ผ่านถังเก็บน้ำและรางไม้ไผ่ เพื่อดับไฟหากเกิดกรณีถูกโจมตีด้วยไฟ ชั้นบนของบ้านมีช่องใช้เป็นที่ยืนยามเพื่อยิงและต่อสู้กับโจร แล้วสามารถเปลี่ยนเป็นช่องระบายลมของบ้านได้


คุณจึงได้เห็นการสร้างบ้านดินที่แข็งแรง และเจาะเข้าไปภายในได้ยาก มีสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ Keiichiro Mogi มองบ้านดินเหล่านี้ว่าคล้าย UFO ที่ลอยมาจากท้องฟ้า ผุดมาจากดินเหมือนเห็ด และ Stevens Andre เจ้าหน้าที่จากองค์กรยูเนสโก มองว่าบ้านดินเป็นสิ่งก่อสร้างของชนบท ที่มีรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญา สืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น ที่ทรงคุณค่าของโลก


หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับบ้านดินมณฑลฝูเจี้ยน เมืองหนานจิ้งเหมาะสมที่สุด เพราะนอกจากจะได้ชมบ้านดินในรูปแบบต่างๆ แล้วยังได้เก็บภาพทิวทัศน์อันสวยงามที่แห่งนี้ได้อีก เรียกว่างานนี้คุณจะสุขใจและประทับใจที่สุดแน่ๆ