สัมผัสความอันซีนของภูทอก ขุนเขาแห่งบึงกาฬ

บึงกาฬ

ภูทอก เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ค่อนข้างโด่งดังในจังหวัดบึงกาฬ ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นที่ตั้งของ “วัดเจติยาคีรีวิหาร” หรือวัดภูทอก มีพื้นที่อยู่ใน ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายสีน้ำตาลแดงขนาดใหญ่ มีความสูงใกล้เคียงกับตึก 60 – 70 ชั้น สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล มีสะพานเวียนและบันไดขึ้นสู่ยอดเขาทั้งสิ้น 7 ชั้น

สร้างขึ้นโดย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ อดีตเจ้าอาวาสวัด ซึ่งในถ้ำชั้นที่ 5 เป็นแหล่งบำเพ็ญเพียรสำหรับปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ

ส่วนบันไดขึ้นและสะพานเวียนนั้นเริ่มสร้างในปี พ.ศ.2512 ด้วยแรงศรัทธาของ พระ เณร และชาวบ้าน ใช้เวลา 5 ปีเต็มจึงแล้วเสร็จ ก่อนที่พระอาจารย์จวนจะละสังขารไป และได้เปิดให้นักแสวงบุญหรือนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทัศนียภาพ โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธรักษ์ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

ชั้นที่ 1 และ ชั้นที่ 2 เป็นเพียงบันไดไม้ทอดขึ้นสู่ด้านบน มีทัศนียภาพที่คล้ายกันทั้ง 2 ชั้น คือเป็นป่าเขาอุดมสมบูรณ์

ชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่เริ่มมีสะพานเวียนรอบเขา เพื่อชมหน้าผาและทัศนียภาพโดยรอบ ซึ่งบางจุดจะมีลานหิน โตรกหิน และไม้ยืนต้นแผ่กิ่งก้านร่มเงาครึ้ม ปลายทางเป็นทางแยกคือ ด้านซ้ายเป็นทางลัดตัดผ่านขึ้นชั้น 4 สู่ชั้น 5 ได้เลย แต่เส้นทางค่อนช้างชันผ่านซอกหินคล้ายอุโมงค์ ส่วนด้านขวาเป็นเส้นทางสู่ชั้นที่ 4 เพื่อเข้าสู่สะพานเวียน

ชั้นที่ 4 มีสะพานเวียนรอบเขาประมาณ 400 เมตร เช่นเดียวกับชั้น 3 แต่จะมีที่พักของแม่ชีอยู่บนชั้นนี้ และมีจุดพักผ่อนเป็นระยะๆ จากชั้น 4 ของภูทอกสามารถมองเห็นทัศนียภาพเบื้องล่างของ ดงชมพู ป่าเนินเขา ส่วนด้านทิศตะวันออกติดกับป่าดงดิบเขตอำเภอเซกา

ชั้นที่ 5 ถือเป็นชั้นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสำรวจบนภูทอกแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางและกุฏิของพระสงฆ์รวมทั้งเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์จวนไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีถ้ำอีกหลายถ้ำอยู่บนช่องทางเดินเช่น ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำแก้ว ถ้ำฤาษี และอื่นๆ และมีหน้าผาอีกหลายจุดที่มีชื่อเรียก เช่น ผาเทพนิมิต ผาเทพสถิต ผาหัวช้าง มีสถานที่พักผ่อนเป็นลานกว้างอยู่หลายจุด จากชั้นที่ 5 ทางทิศเหนือสามารถมองเห็นสะพานหินที่ยื่นลงไปสู่พุทธวิหาร ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุ ถือเป็นไฮไลท์อีกจุดหนึ่งของภูทอก คือมีความอัศจรรย์คล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่พม่า ต่อมาได้มีการสร้างสะพานไม้ข้ามหุบเหวไปยังพุทธวิหาร และจากสะพานไม้สามารถเห็นภูทอกใหญ่เขาอีกลูกหนึ่งได้อย่างชัดเจน และทัศนียภาพของสองฟากฝั่งอย่างงดงามเกินคำบรรยาย

ชั้นที่ 6 เป็นชั้นสุดท้ายของสะพานเวียนที่ยาวประมาณ 400 เมตร และเป็นชั้นที่มีจุดชมวิวงดงามกว่าทุกชั้นที่ผ่านมา นอกจากทิวทัศน์อันสวยงามแล้ว ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้บูชา คือปากทางเข้าเมืองพญานาค ซึ่งอยู่หลังพระนาคปรก มีบ่อน้ำเล็กๆขังอยู่ตลอดปีและเป็นจุดที่ถ่ายรูปพุทธวิหาร ออกมาได้งดงามที่สุด

ชั้นที่ 7 จะมีบันไดพาดมาจากชั้น 6 แล้วเป็นทางแยกสำหรับขึ้นไปยังดาดฟ้าของชั้น 7 โดยจะเป็นเส้นทางชัน ต้องใช้การปีนป่ายขึ้นไป ส่วนอีกทางเป็นทางเดินอ้อมไปทางด้านขวามือ เพื่อขึ้นไปยังจุดสูงสุดของภูทอกที่มีเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ มีเพียงป่าและต้นไม้ แต่ก็ยังเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวหลายคน เพราะเป็นชั้นสูงสุดสามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้อย่างงดงาม ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ ดังนั้นจึงมีนักท่องเที่ยวหลายคนที่ยอมเหนื่อยล้มลุกคลุกคลานกันขึ้นมา แต่เมื่อมาถึงแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า งดงามดุจทิพย์วิมาน


ค้นหาที่พักราคาถูก “ทั่วโลก” ได้ที่นี่ : สามารถพิมพ์ปลายทาง เป็นภาษาไทยได้




ซื้อตั๋วเดินทางราคาถูก “ทั่วโลก” ได้ที่นี่ (เลือกพาหนะเดินทางได้ทุกประเภท)
พิมพ์ต้นทาง – ปลายทาง โดยสามารถพิมพ์เป็นภาษาไทยได้

Powered by 12Go system
Booking.com